บทความ

Hotline : 02-595-0279 , 083-888-3894
14 กันยายน 960

รีวิวภาษาบ้านๆ โอ้!! แอฟริกาไปกับทัวร์จะกลัวได้ไง! (EP.4)

 

          เช้านี้เราจะมีบินในประเทศเดินทางไปเมืองเคปทาวน์กันแล้ว เขาบอกว่าก็เหมือนยุโรปดีๆนี่เอง คนเมืองนี้ส่วนใหญ่จะผิวขาวแลเหมือนฝรั่ง คนผิวดำจะอยู่รอบนอกเมืองทำงานสนามบินกันประมาณนี้ประวัติความเป็นมาไกด์เล่าเยอะมาก จำไม่ได้มัวแต่มองแอนด์เม้าท์กัน ไม่ต้องคอยดูทางดูแผนที่เองมันดีอย่างนี้นี่เอง อิอิ

 

 

          จากโจฮันเนสเบิร์ก ไปเคปทาวน์ไกด์บอกว่าให้นั่งริมหน้าต่างขวา จะได้เห็นกับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก เทเบิลเมาท์เทน ที่ถ่ายมาคือใช่มั้ยไม่แน่ใจ

 

 

เครื่องลงแล้ว รอรับกระเป๋ากัน แต่!!  แต่!! กระเป๋าเดินทางหายจ้า !!

 

          หัวหน้าทัวร์ ไกด์ และทุกคนต่างเป็นห่วง เช็คกับสายการบิน สายการบินแจ้งว่ากระเป๋าโดนดีดออก ไม่ทราบเหตุผลแน่ชัด และจะส่งตามมาในเที่ยวบินถัดไปก่อนที่จะทราบว่ากระเป๋าโดนดีดออกนั้น หลายๆคนต่างบอกว่าเราเมาหรือเปล่า อาจไม่ได้เอากระเป๋ามาจากโรงแรม 555 ขอยืนยันเลยว่ายังมองตามมันไหลตามสายพานไปอยู่เลย T^T  ระหว่างนี้ไปดูนกกระจอกเทศและบรรยากาศรอบๆกันเถอะไกด์บอกว่า ไข่นกกระจอกเทศสามารถรับน้ำหนัก 150 - 200 กิโลได้เลย โอ้โห!!

 

 

 

 

          ได้เวลา ขึ้นกระเช้าที่เทเบิลเมาท์เทนแล้ว ภูเขาลูกนี้ดูสวยแปลกตาด้านบนสุดยอดเขาราบเรียบแลดูเหมือนโต๊ะสมแล้วที่ได้ชื่อนี้  วันนี้อากาศดี กระเช้าเปิด บางท่านมาอยู่หลายวัน ก็ไม่ได้ขึ้นนะจ๊ะถ้าอากาศไม่ดีลมแรง  กระเช้า 360 หมุนรอบทิศเห็นทุกทัศนียภาพ  โชคดีมากฟ้าใสเชียว

 

 

 

 

 

 

 

          อากาศดีวิวสวย ฟ้าใส หมอกไม่ลง ดีฝุดๆ ข้างบนอากาศเย็นกว่าข้างล่างเตรียมเพิ่มเสื้อนิดนึง ขอบคุณแอฟริกาที่ปลุกความซู่ซ่าให้อีกครั้ง

 

 

 

 

 

ขับรถผ่านตรงไหนของเมืองก็มองเห็นเจ้าเทเบิลเมาท์เทน

 

 

         จะมืดแล้วไปแวะห้างวิคตอเรีย แอนด์ อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์ ในนั้นก็จะมีของและเสื้อผ้าแบรนด์ รอบๆนอกห้างบรรยากาศและอากาศดีมาก โรแมนติกจริงๆเหมือนยืนอยู่ทางฝั่งยุโรปเลย

 

 

 

 

 

          วันนี้เที่ยวเสร็จแล้ว กระเป๋ายังไม่มาเลย น่าจะเปลี่ยนมาส่งเป็นเที่ยวสุดท้ายของวันนั้น เจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่นั่นเป็นห่วงมากเพราะเป็นกระเป๋าใหญ่ พี่ผู้ช่วยรีบเข้ามาสอบถามว่ามีอะไรสำคัญในกระเป๋ามั้ย ต้องการอะไรมั้ย จะแวะซื้อให้ที่มินิมาร์ทให้ เลยบอกเขาไปว่า สำคัญสุดตอนนี้คือผ้าอนามัยแบบกลางคืนค่ะ ดูเขาอึ้งๆ งงๆ คือนั่นสำคัญสุดในกระเป๋าใหญ่เหรอ มันจำเป็นมากจริงๆ นะชุดยืมเพื่อนได้ แต่อันนี้ไม่มีใครมีเลยจริงๆ 555

 

          ดึกคืนนั้น ระหว่างที่ไกด์ ไกด์ท้องถิ่น ผู้ช่วยนั้นนอนกันไม่หลับ เพื่อนั่งรอกระเป๋าที่จะบินมาเที่ยวสุดท้ายของวันให้กับเรา เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆ  ส่วนตัวเรานั้นขะมักเขม้นไปกับการนั่งนับเลขคลายเครียดที่กระเป๋าหาย (หลายคนบอกเราดูไม่ห่วงกระเป๋า คือมันไม่มีอะไรจริงๆไง แฮร่..) เมื่อกระเป๋ามา ไกด์ถึงกับต้องเชิญลุกมาดูกระเป๋ากันเลยทีเดียวว่าถูกต้องมั้ย คือบอกแล้วไงมีของสำคัญอย่างเดียว ส่วน 20 โลนั้น เสื้อผ้าล้วนๆ

 

          เช้าวันนี้ มีโปรแกรม นั่งเรือไปดูแมวน้ำ ตื่นมาฟ้าไม่ใสแบบเมื่อวานเลย ดีนะที่ได้ขึ้นกระเช้าแล้ว

 

 

          ระหว่างทางมีเรื่องเล่าแปลกๆ เกี่ยวกับปราสาท ปราสาทหนึ่ง ที่ไม่มีใครเคยเห็นเจ้าของที่นั่นเลย มีเพียงคนขับรถคันหรูลงมาซื้อของใช้ ของกินให้ ตัวตนจริงๆของเจ้าของนั้นไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร และเคยมีคนพบศพหญิงสาวแถวๆย่านนั้นมีรอยกัดที่คอหรือที่ไหนจำไม่ได้เป็นรอยเขี้ยวเล็กๆสองรู ชาวบ้านต่างกลัวและหาว่าเขาอาจเป็นแวมไพร์ และรวมตัวขับไล่ไม่ให้อยู่ในเมืองนี้ แต่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ตอนนี้ปราสาทนั้นก็ยังคงอยู่และไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของที่นั่นคือใคร..ก็เป็นเรื่องเล่าพอให้ตื่นเต้นกันไป มีรูปด้วยนะ เล็งๆกันกล้องซูมได้ไม่มากนะคะ

 

 

 

          ตอนเช้าระหว่างทางจะเห็นชายหญิงผิวดำยืนอยู่ข้างถนน พวกเขาจะเป็นคนที่รับทำงานที่คนขาวจะไม่ค่อยทำกัน เช่น ตัดหญ้า ตัดต้นไม้ ล้างท่อ งานที่ค่อนข้างสกปรก ค่าแรงประมาณ 100 - 300 บาทต่อวัน จะออกมายืนช่วงเช้ากันทุกวัน ใครสนใจก็จะจอดรถตกลงราคาและรับไป ฟังแล้วก็แอบสงสาร แต่ก็รู้สึกว่าพวกเขาก็ไม่ย่อท้อ ไม่นั่งรอโชคชะตา ไม่ไปขอทาน แบบนี้สิไม่เลือกงานไม่ยากจน ขอให้เจริญๆกันทุกคน ตามไฟแดงก็จะขายใช้ต่างๆ ไม่มีมาขอเงินฟรีๆนะ

 

 

ถึงแล้วท่าเรือ มีเจ้าแมวน้ำมารอต้อนรับด้วย กล้องเรานี่มองไม่ออกเลย

 

 

กล้องพี่เขาชัดกันเชียว นั่งเรือไปที่เกาะ รูปได้จากกล้องคนอื่นทั้งนั้น ครั้งหน้าต้องลงทุนซะแล้ว

 

 

 


 

 

 

ขากลับมีมาเต้นต้อนรับลงเรือด้วยครื้นเครงสุดๆ ถ้าชอบให้ทิปตามสินน้ำใจได้เลย

 

 

          ต่อไปเราจะไปดูนกแพนกวิ้นน้อย เย้ๆ และจากนั้นไปชมแหลมกู๊ดโฮปกัน ที่นั่นมีกระแสคลื่นลม และสภาพอากาศที่แปรปรวนจึงเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมา ว่ากู๊ดโฮปเพราะใครจะล่องเรือผ่านเส้นนี้ ต้องมีศรัทธาและความหวัง มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะนำเรือล่องผ่านเส้นทางนี้ไปได้ ส่วนใหญ่จะหายสาบสูญไปหมดแม้แต่เรือของไทยเองก็เคยไปจมอยู่ที่นี่(และควรรัดผมให้ดี เพื่อรูปที่สวยงาม) ระหว่างทางวิวดีมิใช่น้อย ไกด์บอกว่าถนนเส้นที่ไปก็ได้ชื่อว่าเป็นเส้นที่สวยที่สุดในโลก

 

 

 

เดินมาแปปเดียวเจอแล้วตัวนึง ตั้งชื่อเรื่องว่ามันอยู่ในท่อแล้วกัน อิอิ

 

 

 

แอบยังไงก็มองเห็นนะ ขนปุยก็น่ารักจัง กรี๊ดๆ  สวัสดีจ้ะ ฉันรักเธอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไปแหลมกู๊ดโฮปต่อเลย ยาวไปๆ

 

 

 

 

          จบแล้วโปรแกรมการเที่ยวหลักๆแอฟริใต้ก็จะมีประมาณนี้นะค้า มีโปรแกรมยิบย่อยอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดมาก อยากให้มาท่องเที่ยวด้วยตัวเอง มาสัมผัสว่าแอฟริกาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คนที่นี่น่ารักพนักงานยิ้มแย้มค่อนข้างเอาใจใส่เรา หลายท่านอาจเคยไปทางเส้นยุโรป ไกด์อาจจะแจ้งเสมอว่าห้ามเอากระเป๋าไว้หน้าห้อง หรือทานข้าวเช้าเสร็จค่อยเอาลงมาพร้อมตัวเลย แต่ที่นี่ไม่เลย ถึงเวลา วางไว้หน้าห้องได้เลยจร้าไม่มีหาย เดี๋ยวมีพนักงานมารับไปเอง เราเก็บกระเป๋าไม่ทันอยู่ครั้งนึง บอกเดี๋ยวเอาลงไปเอง เขาดูค่อนข้างเป็นห่วง ถามว่าให้รอมั้ย ประมาณกี่นาทีเขาจะรอ แต่แบบเกรงใจอ่ะ เอาลงเองดีกว่า รู้สึกประทับใจ และบอกเลยตัดสินใจไม่ผิดที่ไปที่นี่..แอฟริกาใต้

 

ขอบคุณสำหรับที่ติดตามอ่านมากันจนถึงตอนสุดท้ายนะคะ แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าน้า ^^

 

/ สามารถติดตาม Ep. เก่าๆ ย้อนหลังได้ข้างล่างนี้เลยนะค้า /

EP. 1

EP. 2

EP.3